งบทำ AI สำหรับการเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องเป็นหลักล้านบาท หลายธุรกิจเริ่มจากเครื่องมือ AI สำเร็จรูปที่จ่ายรายเดือน และเมื่อต้องใช้ข้อมูลของตัวเอง โครงการนำร่องหนึ่งงานบนข้อมูลจริงก็เริ่มได้ในระดับหลักแสนบาท สิ่งที่ทำให้งบบานปลายมักไม่ใช่เทคโนโลยี แต่เป็นการพยายามทำหลายเรื่องพร้อมกันตั้งแต่รอบแรก
บทความนี้ไม่ได้ตอบว่าแอป AI ราคาเท่าไร แต่ตอบว่าก้าวแรกควรใช้เงินระดับไหน กับงานอะไร และต้องเผื่ออะไรไว้ ถ้าคุณผ่านก้าวแรกแล้วและต้องการรายละเอียดราคาพัฒนาแอปเต็มรูปแบบ อ่านค่าพัฒนาแอป AI
สรุปสั้น
- การลงทุน AI มีสี่ระดับ คือ เครื่องมือสำเร็จรูปรายเดือน การเชื่อมระบบแบบ no-code โครงการนำร่องเฉพาะธุรกิจ และระบบใช้งานจริง
- AI Pilot มีราคาคงที่ USD 3,000–15,000 หรือประมาณ 108,000–540,000 บาทตามอัตราอ้างอิง สำหรับระบบต้นแบบหนึ่งงานบนข้อมูลจริงใน 3–4 สัปดาห์ (ข้อมูล ณ ตุลาคม 2026)
- งานแรกที่เหมาะควรเกิดซ้ำบ่อย มีข้อมูลพร้อม วัดผลได้ และมีคนตรวจก่อนผลลัพธ์ไปถึงลูกค้า
- งบที่สมจริงต้องรวมค่าใช้งานโมเดลภาษา โฮสติ้ง ค่าบริการภายนอก ค่าดูแล และเวลาของทีมภายใน
- หลังโครงการนำร่อง ควรตัดสินใจไปต่อ ปรับ หรือหยุด จากตัวชี้วัดที่ตกลงกันไว้ก่อนเริ่ม
งบทำ AI แต่ละระดับซื้ออะไรได้
| ระดับ | ตัวอย่าง | งบโดยประมาณ (ข้อมูล ณ ตุลาคม 2026) | เหมาะเมื่อ |
|---|---|---|---|
| 1. เครื่องมือ AI สำเร็จรูป | บริการ AI แบบองค์กรสำหรับเขียน สรุป แปล หรือฟีเจอร์ AI ในระบบที่ใช้อยู่ | ค่าบริการรายเดือนต่อผู้ใช้ตามแพ็กเกจของผู้ให้บริการ | งานทั่วไปที่หลายบริษัททำเหมือนกัน |
| 2. เชื่อมระบบแบบ no-code | แพลตฟอร์มอัตโนมัติที่ตั้งค่าได้โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม โดยมีขั้นตอน AI อยู่ตรงกลาง | ค่าแพลตฟอร์มรายเดือน และอาจจ้างฟรีแลนซ์ตั้งค่า | ย้ายข้อมูลระหว่างแอปที่ใช้อยู่แล้ว |
| 3. โครงการนำร่องเฉพาะธุรกิจ | ระบบต้นแบบหนึ่งงาน เช่น บอทตอบจากคู่มือ หรือระบบอ่านเอกสาร | AI Pilot USD 3,000–15,000 หรือประมาณ 108,000–540,000 บาท | ต้องใช้ข้อมูลหรือขั้นตอนเฉพาะของคุณ |
| 4. ระบบใช้งานจริง | ระบบที่เชื่อมหลายส่วน มีการจัดการผู้ใช้และการติดตามผล | เริ่มที่ USD 10,000 หรือประมาณ 360,000 บาท ระบบ LLM/RAG เริ่มที่ USD 30,000 | พิสูจน์แล้วว่าคุ้มค่าและจะใช้ทุกวัน |
ตัวเลขบาทเป็นอัตราอ้างอิงของเรา ผู้ให้บริการรายอื่นตั้งราคาต่างออกไป ส่วนราคาเครื่องมือสำเร็จรูปและแพลตฟอร์ม no-code ให้ตรวจจากผู้ให้บริการโดยตรงเพราะเปลี่ยนบ่อย
คำแนะนำที่ตรงที่สุดคือ ลองระดับ 1 และ 2 ก่อนถ้างานเข้าข่าย ถ้าได้ผลแต่ติดข้อจำกัด คุณจะมีโจทย์ที่ชัดขึ้นมากสำหรับระดับ 3 นอกจากนี้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) มีมาตรการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของ SME เป็นรอบ ๆ ควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดก่อนวางงบ
ตารางให้คะแนนเลือกงานแรกให้คุ้มงบทำ AI
ให้คะแนนงานที่คิดไว้ 1–3 คะแนนในแต่ละเกณฑ์ แล้วเลือกงานที่คะแนนรวมสูงสุด:
| เกณฑ์ | คะแนน 1 | คะแนน 3 |
|---|---|---|
| ความถี่ | เกิดเดือนละไม่กี่ครั้ง | เกิดวันละหลายสิบครั้ง |
| ความพร้อมของข้อมูล | ต้องเก็บข้อมูลใหม่หลายเดือน | มีเอกสารหรือประวัติแชทพร้อมใช้ |
| วัดผลได้ | ไม่มีตัวเลขเดิมให้เทียบ | มีเวลาต่องานหรืออัตราผิดพลาดเดิม |
| ความเสี่ยงถ้า AI พลาด | ผลไปถึงลูกค้าทันที | มีคนตรวจก่อนใช้งาน |
| เจ้าของงาน | ไม่มีคนรับผิดชอบชัดเจน | มีคนรู้งานจริงและมีเวลาทดสอบ |
ตัวอย่างงานแรกที่มักได้คะแนนดี ได้แก่ ระบบถามตอบจากคู่มือพนักงานหรือคู่มือสินค้า ดูที่บริการพัฒนาระบบ RAG หรือระบบอ่านเอกสารแล้วส่งข้อมูลเข้าระบบ ดูที่บริการ AI automation งานที่ไม่ควรเป็นงานแรก คือโจทย์กว้างอย่าง "AI สำหรับทั้งบริษัท" หรืองานที่ความผิดพลาดของ AI กระทบลูกค้าทันทีโดยไม่มีคนตรวจ
โครงการนำร่อง 3–4 สัปดาห์ทำอะไรบ้าง
ระดับ 3 ในตารางแรกคือ AI Pilot ของ NKKTech Global บริษัทวิศวกรรม AI ในฮานอย ประเทศเวียดนาม สรุปสั้น ๆ คือ งานเดียว ข้อมูลจริง 3–4 สัปดาห์ ราคาตกลงก่อนเริ่ม และโค้ดเป็นของคุณ ส่วนการต่อยอดเป็นระบบเต็มจะเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อผลพิสูจน์ว่าคุ้ม ภายในสามถึงสี่สัปดาห์นั้น งานมักแบ่งประมาณนี้ (รายละเอียดจริงขึ้นกับขอบเขตที่ตกลง):
- ก่อนเริ่ม ตกลงโจทย์ ตัวชี้วัด ข้อมูลที่ใช้ วิธีดูแลข้อมูล และสิ่งที่ไม่รวมในขอบเขต
- ช่วงแรก รับข้อมูล ทำความเข้าใจขั้นตอนงาน และสร้างชุดทดสอบจากตัวอย่างจริง
- ช่วงกลาง พัฒนาระบบต้นแบบ และทดสอบกับชุดทดสอบซ้ำหลายรอบ
- ช่วงท้าย ให้ผู้ใช้จริงทดลอง วัดผลเทียบตัวเลขเดิม และส่งมอบโค้ดพร้อมสรุปผล
สิ่งที่ได้เมื่อจบไม่ใช่แค่ระบบต้นแบบ แต่เป็นตัวเลขจริงว่า AI ทำงานนี้ได้ดีแค่ไหนบนข้อมูลของคุณ และค่าใช้งานรายเดือนจะประมาณเท่าไร งานที่เราประกาศราคาไว้ไม่คิดรายชั่วโมง และงานที่ขอเพิ่มจะประเมินราคาและอนุมัติก่อนเริ่มทำ รายละเอียดอยู่ที่หน้าราคาและหน้าประเทศไทย
เพื่อให้เห็นขนาดของงานหลังโครงการนำร่อง กรณีศึกษาที่เผยแพร่แล้วอย่างระบบหาลูกค้าและงานขายอัตโนมัติด้วย AI สำหรับบริษัท B2B SaaS ในสหรัฐฯ และแคนาดา ใช้เวลา 8 สัปดาห์ งบ USD 42,000 ลูกค้ารายงานว่ามูลค่าโอกาสการขาย (pipeline) เพิ่มขึ้น 226% อัตราตอบกลับ 40% และจำนวนนัดเดโมเพิ่มขึ้น 3 เท่า งานนี้ไม่ใช่ลูกค้าไทย แต่ช่วยให้เห็นว่าระบบเต็มที่วัดผลได้มีขนาดงบต่างจากโครงการนำร่องอย่างไร
ค่าใช้จ่ายที่ต้องเผื่อ และการตัดสินใจหลังโครงการนำร่อง
| รายการ | ตัวอย่าง |
|---|---|
| ค่าใช้งานโมเดลภาษา | คิดตามปริมาณข้อความ (token) ที่ประมวลผล ขึ้นกับโมเดลและจำนวนการใช้งาน |
| โฮสติ้งและพื้นที่จัดเก็บ | เซิร์ฟเวอร์ ฐานข้อมูล และฐานข้อมูลสำหรับค้นเอกสาร |
| ค่าบริการภายนอก | แพ็กเกจ LINE OA เมื่อส่งข้อความออกเอง หรือบริการ OCR |
| การดูแลระบบ | การปรับเมื่อผู้ให้บริการโมเดลเปลี่ยนรุ่นหรือเลิกใช้รุ่นเก่า |
| เวลาของทีมคุณ | ตรวจผลลัพธ์ อัปเดตข้อมูล และตัดสินใจว่าจะปรับอะไร |
เมื่อจบโครงการนำร่อง ให้เลือกหนึ่งในสามทาง:
- ไปต่อ ผลถึงเป้าและค่าใช้จ่ายรายเดือนคุ้มกับเวลาหรือรายได้ที่ได้คืน
- ปรับ ผลใกล้เป้าแต่ติดบางจุด เช่น ข้อมูลไม่ครบหรือขอบเขตกว้างเกินไป
- หยุด ผลห่างจากเป้ามาก การหยุดหลังใช้งบระดับนำร่อง ดีกว่าค้นพบปัญหาเดียวกันหลังลงทุนระบบเต็มรูปแบบ
คำถามที่พบบ่อย
ธุรกิจ SME ควรมีงบทำ AI เท่าไร? เริ่มได้หลายระดับ ถ้าเป็นงานทั่วไป เครื่องมือ AI สำเร็จรูปรายเดือนอาจเพียงพอ ถ้าต้องใช้ข้อมูลหรือขั้นตอนเฉพาะ โครงการนำร่องหนึ่งงานมักอยู่ในระดับหลักแสนบาท เช่น AI Pilot ที่ประมาณ 108,000–540,000 บาทตามอัตราอ้างอิง ณ ตุลาคม 2026 แล้วค่อยลงทุนเพิ่มเมื่อเห็นผลจริง
ทำ AI งบน้อยจะได้ระบบที่ใช้งานได้จริงไหม? ได้ ถ้าจำกัดขอบเขตเป็นงานเดียว ผู้ใช้กลุ่มเดียว และช่องทางเดียว งบระดับนำร่องมักไม่พอสำหรับหลายช่องทาง แอปมือถือ หรือการเชื่อมหลายระบบพร้อมกัน ซึ่งควรอยู่ในเฟสถัดไป
ถ้าโครงการนำร่องไม่ได้ผล เงินที่ลงไปสูญเปล่าหรือไม่? ไม่สูญเปล่าทั้งหมด คุณได้คำตอบว่างานนั้นเหมาะกับ AI หรือไม่ด้วยงบจำกัด ได้โค้ดและชุดทดสอบไว้ใช้ต่อ และรู้ว่าต้องปรับข้อมูลหรือขั้นตอนอะไร ซึ่งคุ้มกว่าค้นพบปัญหาเดียวกันหลังลงทุนระบบเต็มรูปแบบ
ขั้นตอนถัดไป
ลองใช้ตารางให้คะแนนในบทความนี้กับงานสองสามงานที่คุณคิดไว้ แล้วนำงานที่ได้คะแนนสูงสุดมาคุยกับเรา NKKTech จะเสนอขอบเขต AI Pilot ราคาคงที่สำหรับงานนั้น พร้อมตัวชี้วัดที่ใช้ตัดสินใจว่าจะไปต่อหรือหยุด
ทีมวิศวกรอาวุโสในเวียดนาม ขอบเขตงานชัดเจน และส่งข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 3 วันทำการ

10 years of experience working with Japanese companies, including Toyota, Sony and Rakuten — two of those years based in Japan. Has run the business since 2018 (as NKKTech since 2025) with a senior-only engineering model.